ขยายหน้าจอ
  • 3321เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

3.7 หมื่นล้าน ไทยพนันบอลโลก! [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์hedlom
 
เฉพาะโพสต์แรก ลำดับปกติ 0*  โพสต์เมื่อ: 2010-06-04


 นครบาลตั้งศูนย์ปราบพนันบอลโลก เตือนท้องที่ ถ้านอกหน่วยไปจับเจอดีแน่ เปิดสายให้ประชาชนแจ้งเบาะแส ม.หอการค้าไทยคาดมีเงินสะพัดถึง 6 หมื่นล้าน ขณะที่วงพนันจะสูง 3.7 หมื่นล้าน

          พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล แถลงที่ บช.น. วันที่ 3 มิถุนายนนี้ ถึงมาตรการป้องกันและจับกุมการพนันทายผลฟุตบอลโลก ซึ่งจะเริ่มที่ประเทศแอฟริกาใต้ วันที่ 11 มิ.ย. ว่า
การแข่งขันฟุตบอลโลกระยะเวลา 1 เดือน ที่ผ่านมาจะมีสถิติการเล่นพนันบอลจำนวนมาก บช.น.จึงได้ตั้งศูนย์ปราบปรามการพนันฟุตบอลโลก โดยมี พล.ต.ต.บุญส่ง พานิชอัตรา รอง ผบช.น. เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบ ใช้ห้องซีซีโอซีที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน (บก.สส.) ถนนศรีอยุธยา เป็นศูนย์บัญชาการในการปราบปราม ประกอบกับมีชุดดูแลเรื่องนี้โดยตรง และให้ ผบก.น.1-9 จัดชุดปราบปรามดูแลพื้นที่โดยเฉพาะ

          "พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. ให้นโยบายกำชับว่า ถ้าหากมีนอกหน่วยมาจับ หรือชุดเฉพาะกิจ บช.น.มาจับกุมในพื้นที่ก็จะถูกลงโทษ และถ้าตำรวจมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะลงโทษทางวินัยและอาญาโดยเด็ดขาด" โฆษก บช.น.กล่าว พร้อมขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายให้แจ้งเบาะแสได้ที่ศูนย์ปราบปรามการพนันฟุตบอลโลก โทร.0-2280-2281

          พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า การพนันฟุตบอลจะมี 3 ลักษณะใหญ่ คือ
 

          1. เล่นแบบตัวต่อตัว
คือการพนันแบบเดิมที่ผู้เล่นจับคู่เล่นพนันกันเอง ลักษณะเหมือนการเล่นพนันมวยสนามกอล์ฟ โดยใช้ร้านอาหาร บ้านคนทั่วไปที่มีการถ่ายทอดโทรทัศน์ การเล่นแบบนี้ไม่มีพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องแฝงตัวเข้าไปในการจับกุม 

          2. เล่นการพนันกับโต๊ะฟุตบอลรายย่อย ทั้งเป็นการแทงที่โต๊ะ หรือโทรศัพท์แทง โดยทั้ง 2 แบบเจ้าหน้าที่จะสืบสวนจนรู้สถานที่ตั้งโต๊ะแล้วเข้าตรวจค้นจับกุม ซึ่งผู้รับแทงรายใหญ่มักใช้สถานที่ตามโรงแรมหรือรีสอร์ตต่างจังหวัด บางรายก็หลบไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน

          3. เล่นการพนันกับโต๊ะฟุตบอลรายใหญ่ระดับประเทศหรือข้ามชาติทางอินเทอร์เน็ต จับกุมค่อนข้างยาก เนื่องจากผู้รับแทงพนันเป็นองค์กรมีการวางแผน มีทุนมาก และส่วนใหญ่จะมีเซิร์ฟเวอร์อยู่ต่างประเทศ เพราะจะเป็นตัวรับแทงออกตัวของโต๊ะพนันจากประเภทอื่นเข้ามาด้วย โดยต้องใช้เทคโนโลยีมาช่วย

          พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า อัตราโทษความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4 ทวิ ประเภท ก. คือ ไฮโล ยี่กี มีความผิดจำคุกไม่เกิน 3 ปี ประเภท ข. เช่น สลากกินแบ่ง กินรวบ หวย มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ส่วนการเล่นพนันฟุตบอล เป็นความผิดตามมาตรา 4 ทวิ ซึ่งจะมีโทษตามมาตรา 12 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนใหญ่ศาลจะลงโทษโดยไม่รอลงอาญา  

          ส่วนการทายผลฟุตบอล หรือการส่งเอสเอ็มเอส ต้องขออนุญาตที่ศูนย์บริการประชาชน กรมการปกครอง ส่วนต่างจังหวัดต้องไปขอยังที่ว่าการอำเภอ หากไม่ได้ขออนุญาตก็เป็นความผิด ยกเว้นกรณีที่ทายผลโดยที่ไม่ได้รับผลประโยชน์ เช่น ซื้อไปรษณียบัตร ตัดชิ้นส่วนหนังสือพิมพ์ หรือชิ้นส่วนสินค้า เป็นต้น

          "เกี่ยวกับบัญชีดำหรือข้อมูลโต๊ะพนันบอล พล.ต.ต.บุญส่งสั่งการฝ่ายสืบสวนจัดทำบัญชีมาจากฟุตบอลโลก 4 ปีที่แล้ว และฟุตบอลยุโรป 2 ปีที่แล้ว รวมถึงการแข่งฟุตบอลประจำฤดูกาล ให้ทุก บก.รวบรวมข้อมูลไว้เพื่อดำเนินการจับกุมต่อไป" โฆษก บช.น.กล่าวในตอนท้าย

          นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก 2010 จำนวน 1,112 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 26-31 พ.ค.2553 พบว่า การใช้จ่ายในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลกคาดว่าจะมีเงินสะพัด 5.96 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.7% เมื่อเทียบกับช่วงเทศกาลฟุตบอลยูโรปี 2008 โดยแบ่งเป็นการพนันบอล 3.72 หมื่นล้านบาท การซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคและสังสรรค์ 1.9 หมื่นล้านบาท การซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอุปกรณ์รับสัญญาณ 2,205 ล้านบาท และอื่น ๆ อีก 1,234 ล้านบาท

          ส่วนค่าใช้จ่ายในช่วงฟุตบอลโลกปีนี้เพิ่มขึ้น 50.1% โดยจำนวนเงินเฉลี่ยที่ใช้จ่าย ได้แก่ การซื้อตั๋วเครื่องบินไปชมการแข่งขัน 5.687 หมื่นบาทต่อคน ซื้อโทรทัศน์ วิทยุ คอมพิวเตอร์ 7,413 บาท พนันบอล 6,070 บาท สังสรรค์จัดงานเลี้ยง 2,507 บาท ติดตั้งสัญญาณดาวเทียม 2,269 บาท รับประทานอาหารนอกบ้าน 2,152 บาท ค่าไฟ 1,106 บาท และซื้อสินค้าทีมฟุตบอล 1,349 บาท เป็นต้น ซึ่งจำนวนเงินที่ใช้จ่ายเมื่อเทียบกับบอลโลกปี 2006 เพิ่มขึ้น 31.8% เทียบกับบอลยูโรปี 2008 เพิ่มขึ้น 13.4% และเทียบกับการใช้จ่ายในปัจจุบันในกรณีที่ไม่มีบอลโลกเพิ่มขึ้น 28.2%

          ด้านพฤติกรรมการเล่นพนันบอลมีสัดส่วนคนเล่นพนันบอล 48% โดยมีจำนวนเงินต่อนัดที่เล่นเฉลี่ย 1,090 บาท และเล่นรวมตลอดฤดูกาล 6,070 บาท ซึ่งสาเหตุที่ทำให้คนหันมาเล่นพนันบอลกันมาก เนื่องจากต้องการรางวัลจากการพนันบอล 50.8% ความสนุก 25.1% การชักชวนจากเพื่อน 11.9% และเล่นเป็นแฟชั่น 10.7% หากเปรียบเทียบการพนันบอลในครั้งนี้กับช่วงบอลโลก 4 ปีก่อน มีการเล่นพนันบอลเพิ่มขึ้น 78.3%

          "การใช้จ่ายในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลกปีนี้จะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้ในระดับหนึ่ง เพราะเป็นกิจกรรมที่จะมีการจับจ่ายใช้สอย และช่วยผ่อนคลายความเครียดให้แก่คนไทย โดยค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งประมาณ 5,000-10,000 ล้านบาท จะเป็นการใช้จ่ายจากภาคธุรกิจในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่น งานอีเว้นท์ การทำโปรโมชั่นของสินค้าประเภทต่าง ๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านโฆษณา ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายพิเศษที่เพิ่มขึ้นมาไม่ได้รวมกับการใช้จ่ายปกติ จึงคาดว่าเทศกาลในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับขึ้นมาได้ 0.2-0.3%" นายธนวรรธน์กล่าว



ขอขอบคุณข้อมูลจาก


กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด200 ตัวอักษร
 
ถอยกลับ ถัดไป